จริงๆแล้วผมเป็น Developer ที่ทำอะไรเรื่อยเปื่อย ฉนั้น Tools ต่างๆที่ใช้ในการทดลองต่างๆย่อมมีหลากหลาย เอาง่ายๆคือใช้กันมั่วซั่วนั้นเอง จริงๆแล้วเรื่องที่ผมกำลังจะพูดถึง มันเกิดความรู้สึกของผมเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแหล่งข้อมูลอื่น ทั้งที่จริงแล้ว เรื่องที่ผมเขียนมีคน review ไว้มากมายหลายเว็บไซต์ แต่ผมมองว่าเป็นเหมือนการแชร์ประสบการณ์กันมากกว่า ก็เหมือนกับการใช้รถ บางคนก็บอกว่ารุ่นนี้ขับดี บางคนก็บอกซื้อมาแล้วขับไม่ดี หรือบางคนบอกว่าได้ยินเขาว่าไม่ดี แต่พอใช้แล้วดี ก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับตัวของบุคคลนะครับ

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า คือผมต้องการจะเปรียบเทียบ web browser จาก 2 ค่ายใหญ่นั้นคือ Google Chrome จาก Google และ FireFox จาก Mozilla นั้นเอง เป็น web browser ที่หลายๆคนให้ความนิยมเป็นอย่างมาก หากไม่นับการถูกบังคับให้ใช้ IE ในตอนต้นของการ start window ในครั้งแรกของการใช้งาน(โดนกันทุกคนแหละผมว่านะ ถ้าสำหรับใครที่ใช้ window) จริงๆแล้วเรื่องมันมีอยู่ว่า ผมได้มีโอกาสใช้ ทั้ง 2 web browser นี้ สิ่งแรกสำหรับความรู้สึกผมนะคือ Google Chrome เปิดเว็บได้ลื่นกว่า FireFox แต่ FireFox ทำให้ผมรู้ว่า Firefox เป็นมากกว่า web browser มันมีทั้งข้อดีและไม่ดีแตกต่างกันพอสมควร ผมเลยตัดสินใจเปิด web browser 2 ตัวนี้พร้อมๆกัน สิ่งแรกที่ผมเจอคือ

 เรื่องของการใช้ Memory ที่ไม่แตกต่างกันมาก เพราะถ้าเราสังเกตุดีๆ ถึงแม้ Google Chrome จะมีการใช้ Memory ไม่มาก แต่ถ้าเรานับรวมถึง service ที่รันพร้อมกับ Google Chrome แล้วล่ะก็ ไม่ต่างอะไรกับตัวของ FireFox มากนัก หนีกันจริงๆก็ประมาณ 20%(เป็นตัวเลขคราวๆนะครับ) ตอนนี้เรามองเป็นเปอร์เซ็น รู้สึกว่ามันห่างกันพอสมควรนะ

เรื่องของการใช้ CPU ก็ค่อนข้างจะพอกัน แต่สิ่งที่ต่่างกันคือผมมองว่าเป็นเรื่องของการใช้งานมากกว่า เพราะตัวของ Google Chrome เองมีระบบ Sign in to Chrome อารมย์ประมาณว่าเก็บ History ของคุณไว้ทั้งหมด แล้วพอคุณจะใช้ Google Chrome ที่ไหน คุณก็สามารถมีข้อมูลของการเข้าเว็บของคุณอยู่ ทำให้สะดวกต่อการใช้งานเพราะจะใช้ Google Chrome ที่เครื่องไหนก็เหมือน ใช้ Google Chrome ของบนเครื่องตัวเอง

ส่วนของ Firefox ก็มีเรื่องของ add-on ต่างๆมากมายให้เราปรับแต่ง ตัวของ Firefox เองให้เหมาะกับการทำงานของคุณ (มีเยอะจริงๆ) ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ชอบการปรับแต่ง Program ให้ตรงตามความต้องการของตัวเองแล้ว หรือทำงานในแบบของคุณ ผมแนะนำ Firefox ครับเพราะของเล่นเขาเยอะจริงๆ

ปล.ทั้งนี้ทั้งนั้น ประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์เองก็สำคัญมากกับการใช้ web browser นะครับ หากเครื่องของคุณมีปํญหาที่ทำให้คุณช้าเกินแบบน่าสงสัย หรือ internet ช้ากว่าผิดปรกติ อาการพวกนี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุนะครับ🙂

ข้อมูลการเปรียบเทียบ

Google Chrome version 18.0.1025.168

Firefox version 12 (no add-on)

OSX snow leopard

ถ้าเอ่ยถึง java หลายๆคนคงคุ้นกับคำนี้ดี ไม่ว่าจะเป็น java script, java application, java applets และอื่นๆอีกมากมาย ว่ากันง่ายๆ คือ java ดัง นั้นเอง ซึ่งบทความนี้ผมจะกล่าวถึง java เบื้องต้น ที่ผมเคยได้ร่ำเรียนมาจากในห้องเรียน และตำรา เพื่อเป็นวิทยาทานให้แก่ผู้ที่สนใจ หรืออาจร่วมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ที่เราได้รับมา และส่งต่อให้กับผู้อื่น

java ถ้าพูดถึงคำนี้ เราจะมักเห็นกันในสิ่งต่างๆเช่นใน mobile phone หรือตามคอมพิวเตอร์ของเราที่มีการให้อัพเดจ หรือแม้กระทั่งบนเว็บไซต์ต่างๆที่เราเปิดเข้าไปแล้วเจอ error ประหลาดๆ ไม่ต้องแปลกใจครับ java อยู่รอบๆตัวเรานั้นเอง ซึ่งหากเรามองให้ดีๆ java ก็เป็น Computer language หรือภาษาคอมพิวเตอร์ ภาษาหนึ่ง ในหลายๆภาษาเช่น C, C++, VB, หรือ แม้กระทั่ง html แต่อยู่ที่จุดกำเนิดของในแต่ละยุค หรือ software generation นั่นเอง ซึ่งตัวภาษา java เองก็ถูกกำเนิดขึ้นมาใน Fourth Generation หรือ ยุคที่ 4 (ซึ่งผมไม่มั่นใจว่ายุคนี้แน่หรือเปล่า) และมันถูกพัฒนามาจากบริษัท sun microsystem (ตอนนี้โดน Oracle ซื้อไปแล้ว TT_TT) อีกอย่างนึงคือตัวภาษา java เองเป็น high-level programming language หรือถ้าแปลแบบง่ายๆคือ ภาษาขั้นสูง แต่อย่าไปคิดว่ามันจะดูยากนะ ภาษาขั้นสูง หรือ high-level programming language เนี่ย มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่มันหมายความว่า มันมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษามนุษย์ มีลักษณะของเงื่อนไข ที่เข้าใจแบบที่มนุษย์เข้าใจ เข้าเลยเรียกมันว่าภาษาขั้นนสูง เพราะจริงๆแล้วคอมพิวเตอร์เนี่ย เขาเข้าใจแค่ 0,1 เท่านั้นแหละ แต่ใครจะบ้าพลังเขียนอะไรขนาดนั้น T_T โอเค เราก็ introduction เกี่ยวกับเรื่องของ java ไปบ้างพอสมควร (ไปทาง develop software เต็มๆ) แต่ว่า มันก็เป็นสิ่งที่เราควรรู้ไว้บ้าง ถึงแม้จะไม่ครอบคุม แต่ก็พอให้เข้าใจได้ว่า java เนี่ยมันคือไรกันแน่ สำหรับบทความหน้าผมจะกล่าวถึงการ develop java application ตั้งแต่ first step กัน 🙂

คุณเคยรู้สึกบ้างไหมว่าตั้งแต่เรามีโลก Social Network
เราใช้ชีวิตอยู่บนโลกของความเป็นจริงน้อยลง…

facebook ย่อโลกสังคมของเราให้อยู่เพียงแค่หน้าจอคอมพิวเตอร์
แต่ความเป็นจริงมันทำให้เราห่างจากสังคมที่เราเป็นอยู่ก่อนหน้านี้…

ผู้คนมากมายล้วนแต่ออนไลน์แล้วทักทายกัน
แต่เมื่อเวลาพบหน้ากัน กับไม่รู้จะพูดอะไร….

เราเสียคนที่เรารักไป ตั้งแต่วินาทีเราที่เราเริ่มคิดจะ add friend ใหม่สักคน

คำว่าคิดถึงมันเป็นเพียงแค่ข้ออ้างของการอยากพบเจอ…

ที่บ่นว่ารำคาญ… แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็อดไม่ได้ที่ไม่ได้ยินเสียงบ่น

เวลาเรารอคอยอะไรบางอย่าง ทำให้เราคิดไปว่าคุ้มไหมกับการรอคอย

ความเคยชินหรือควานรัก หากเราทำอะไรสักอย่าง

คำว่ารัก จะบอกกี่ที มันก็คงไม่มีความหมาย ถ้าหากคนที่บอก ไม่เคยทำให้รู้สึกเลยว่ารัก

เราไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ทั้งนั้น แม้กระทั่งคนที่เรารัก…

คิดผิดตั้งแต่แรก ถ้าคุณคิดจะเปลี่ยนใคร…

ไม่มีใครอยู่กับคุณได้ตลอดเวลาหรอก นอกซะจากตัวคุณเอง

จงอยู่อย่างไร้ตัวตน ดีกว่าอยู่ไปเป็นคนไร้ค่า
จงอยู่อย่างไร้เหตุผล หากว่าคำบางคำมันทำให้เจ็บ

เริ่มรักอะไรคุณก็ดี แต่พอสักพักอะไรคุณก็แย่ แล้วสุดท้ายอะไรคุณก็เจ็บ

ยิ้มเถอะหากมันทำให้ดีขึ้น จงอดทนกับปัญหา เพราะหวังว่าสักวันมันจะดีขึ้น

ฟ้าหลังฝนมักสดใสเสมอ…

จงเป็นคนใช้โอกาส แต่อย่าเป็นคนฉวยโอกาส

วันนี้ที่ office ส่งงานมา เป็นโปรเจคของ Microsoft visual studio 2008 ซึ่งทำให้ผมจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยเจ้า Boot Camp เพื่อมาติดตั้ง Window ลงบนเครื่อง Mac แล้ว install Microsoft visual studio 2008 แต่ยังไม่ทันจะเริ่ม เจ้าตัวโปรแกรม Boot Camp ของ ผมก็มีปัญหาจนได้ เมื่อผมจะทำการ แบ่ง Partition Hard-disk แต่มันดันไม่สามารถแบ่ง Partition ได้ และขึ้นข้อความดังนี้

โอ๊วจอช!! งานต้องส่งคืนนี้ ถ้าให้ Format and Reinstall OS X ใหม่คงไม่ทันจริงๆ เพราะกว่าจะ Backup ข้อมูลเสร็จก็เกือบจะใช้เวลาทั้งคืนแล้ว ผมจริงตัดสินใจหาวิธีแก้ โดยลองค้นหาจาก Webboard ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ สิ่งแรกที่ผมคิดได้ก็คือ การลอง repair OS  X

  • ผมเลยทำการใส่แผ่น OS X ที่มากับเครื่องเข้าไป
  • จากนั้นก็ reboot เครื่อง
  • พอหน้าจอดับ ก็กด C ค้างไว้
  • มันจะ Boot จากแผ่น
  • พอ Boot เข้าแผ่นแล้วให้เข้าไปที่หัวข้อ Utility
  • จากนั้นเลือก Disk Utility
  • แล้วเลือก ที่ Macintosh HD ของเครื่อง แล้วเลือก หัวข้อ First Aids
  • แล้ว กด Verify Disk เพื่อเช็คว่า Disk มีปัญหาอะไรไหม
  • จากนั้น เมื่อเช็คเรียบร้อยให้กด Repair Disk จนไม่พบการ Error on disk
  • เมื่อเสร็จแล้วให้ ออกและเลือก Utility > Startup Disk…
  • แล้วเลือก Macintosh HD

แค่นี้ก็สามารถใช้งาน Boot Camp ในการแบ่ง Partition ได้แล้วว ครับผม

เนื่องจากอาทิตย์ก่อนช่วงทำงานหนักๆ เมาส์เก่า Microsoft ของผมอีกตัวได้พังลงไป อาการของมันคือกดไม่ติด เลื่อนแล้วไม่่ค่อยไปตามมือ เหมือนจะมีปัญหาเรื่องSensor เสีย และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเลยมีโอกาศได้เข้าไป ที่ U-Store ที่มหาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด)  เลยได้มีโอกาสได้สัมผัส Magic Mouse ของ Apple อย่างจริงจัง พร้อมกับสอบถามข้อมูลต่างๆ โดยราคาของมันถ้าเทียบกับ Laser mouse ไร้สาย ทั่วไปก็ถือว่าราคาไม่สูงมาก โดยราคาอยู่ที่ 2,390 แต่สิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจคือ มันรองรับการทำงานแบบ Multi Touch ที่คล้ายๆกับ Multi Touch pad บนเครื่อง Mac  จึงจัดมาพร้อมใช้งานเลย ไว้ผมจะมา review magic mouse อีกรอบ นะครับ